• kinabalu
    คินาบาลู | Kinalbalu,  บันทึกนักท่องเที่ยว,  มาเลเซีย

    คินาบาลู ไปเองก็ได้ไม่ยาก ไม่แพง(มาก) ไปทั้งทีเปย์ให้หมด

    คินาบาลู ทริปที่ใครต่อใครว่ากันว่าแพงมาก แต่จริงๆแล้วก็ไปแบบไม่แพง(มาก)ได้นะ คินาบาลู ไปแบบสายเปย์ กระจายรายได้สู่ชุมชนทุกจุด ค่าใช้จ่ายสำหรับ5วัน4คืนจบที่ 26,500 บาท รวมทุกอย่าง รวมตั๋วเครื่องบิน 4 เที่ยว รวมลูกหาบ รวมค่าฝากของ รวมค่าเอิงเอยสองวันหนึ่งคืนในกัวลาลัมเปอร์ด้วย ถ้าอยากไปแบบไม่แพงมาก ลองมาดูกันว่าจะประหยัดตรงไหนได้บ้าง การเดินทางไปยากไหม ไม่ยากมาก แต่จองให้ได้นี่ยากโคตร จริงๆไม่ยากขนาดนั้นแต่ต้องแพลนนานหน่อย สัก 5-6 เดือนล่วงหน้าจะดี (ถ้าจะไปเอง) เพราะเค้าจำกัดจำนวนคนขึ้น วันละประมาณ140คน และนี่เป็นสาเหตุที่ทำให้ราคาทัวร์ไปคินาบาลูเลือดสาดมาก (เท่าที่เช็คๆจากquotationเก่าๆ ราคาที่พักขึ้นเฉลี่ยปีละ1,500บาทไทยได้/ต่อคน) ต่อให้ราคาจะขึ้นเรื่อยๆแต่มันก็มีวิธีไปถูกๆประหยัดๆได้เช่นกัน ขอให้จำไว้ว่าหลักการของการไปคินาบาลูคือคนยิ่งเยอะ ยิ่งถูก เดี๋ยวจะอธิบายว่าทำไมต่อไป แต่หลักใหญ่ใจความคือสิ่งที่จะผันแปรกับค่าใช้จ่ายของทริปคินาบาลูคือ ค่าที่พักและค่าไกด์ (ค่ารถด้วย) ที่พัก อันนี้จะพูดถึงกรณีไปแบบรีบร้อนเท่านั้น ที่ไปถึงเมืองคินาบาลูแล้วหาที่นอน นอนคืนเดียวก่อนเดินขึ้นคินาบาลูนะ ถ้าใครมีเวลาเอิงเอยในตัวเมืองคินาบาลูเที่ยวตรงอื่นก็ขยายค่าใช้จ่ายไปตามเหมาะสม เพราะนี่ไม่มีเวลาเดินในตัวเมืองคินาบาลูเลย คืนแรกก่อนขึ้น อันนี้แนะนำว่าควรไปนอนแถวๆอุทยานเลย เพราะอุทยานโคตรไกลจากตัวเมือง สองชม.ได้อะ เปิดให้ลงทะเบียนเดินขึ้นตอนเก้าโมง ถ้านอนในตัวเมืองก็ต้องออกตั้งแต่6.30-7โมง นู่น ไม่นับว่าจะหารถมายังไงด้วยนะ ฉะนั้นคืนแรก ให้มุ่งตรงไปนอนที่อุทยานเลย แต่นอนตรงไหนค่อยว่ากัน จดไว้เลยว่าตรงนี้คือส่วนที่เราประหยัดได้ คืนที่สองข้างบน ต้องเข้าใจก่อนว่า เพราะที่พักข้างบนนั้นมีจำกัดมาก จึงเป็นที่มาของการจำกัดจำนวนคนขึ้นไปบนนั้น ที่พักข้างบนมีหลายที่มากๆ ประมาน4-5 hutได้ แต่! ที่เปิดให้นักท่องเที่ยวต่างชาติจองได้คือ Laban rataเท่านั้น อันอื่นไม่ใช่ไม่เปิดให้พักนะ เปิดให้พักได้ แต่เราจองเองไม่ได้…คียเวิร์ดอยู่ตรงนี้ เราจองเองไม่ได้…แต่ทัวร์จองให้เราได้นะ ฉะนั้นเราจึงสามารถเดินทางไปคินาบาลูได้2แบบ วิธีไปแบบแรก เอาเงินฟาด จ่ายไปให้หมด ให้เอเจนซี่จัดการให้ทุกอย่าง เค้าจะดูแลให้ทุกอย่างตั้งแต่รถรับจากสนามบินยันส่งกลับสนามบิน อันนี้ง่ายมาก ติดต่อไป จ่ายตัง จบ ไม่ต้องทำอะไรล่ะ เสียตรงที่มันจะแพงกว่าแบบทำเองอยู่หน่อย (บางทีก็ไม่หน่อยอะ) แต่!! วิธีนี้คนยิ่งเยอะยิ่งถูก ***ดอกจันสามดอกเลย*** ทัวร์คนไทยที่จัดๆกันก็ใช้วิธีนี้ เป็นคนกลางที่ดีลเรากับเอเจนซี่ให้แล้วบวกส่วนต่างเอา มากน้อยแล้วแต่เจ้า เค้าจะเป็นตัวกลางที่รวบรวมคนไปเอาราคาถูกมาให้ วิธีประหยัด#1.1 ฉะนั้นถ้าใครรวมกลุ่มได้สัก4-5คน ดีลกับทัวร์ที่นู่นเองได้เลย ไม่ต้องผ่านทัวร์ไทยจะได้ราคาที่พอโอเคอยู่หน่อย (ที่เช็คมาตีกลมๆให้20kได้ ออพชั่นดี เอเจ้นดัง นอนในอุทยาน นอนนอกอุทยานที่ถามมาตีกลมๆให้18kละกัน, ราคา2018นะ) ถ้าไปคนเดียวหรือสองคนจะแพงกว่านี้ ก็เอามาเทียบๆกับที่ทัวร์คนไทยเค้าจัดละกัน ว่าส่วนต่างเยอะไหม แต่ดีลกับทัวร์ที่นู่นง่ายสบายมาก ไม่ยากเลย ให้เราจัดการก็ได้นะ คิดค่าบริการเท่าข้าวยำปลาดิบหนึ่งจาน อิอิ วิธีประหยัด#1.2 ที่พักคืนแรก ตรงแถวๆอุทยาน ทัวร์จะมีแพคเกจให้เลือกว่าจะนอนที่อุทยานหรือจะนอนรอบๆแถวอุทยาน…

  • บันทึกนักท่องเที่ยว,  แอฟริกาใต้

    OLA! South Africa

    OLA! South Africa ไปแอฟริกาใต้ ไปทำไม เชื่อว่าใครๆก็สงสัย เพราะมันเป็นที่เที่ยวที่ลี้ลับสำหรับคนไทย (ตอนนั้นเมื่อห้าปีก่อน) จริงๆตอนนี้ก็ยังลับๆอยู่นะ แต่ไม่ลี้มากแล้ว ณ เวลานี้ เห็นคนไปมาเยอะขึ้น ตั๋วโปรเยอะขึ้น แต่แย่สุดคือไม่มีบินตรงแล้วนาจา การบินไทยปิดรูทไปแล้ว ทริปนี้เป็นทริปที่อยู่ในความทรงจำเราแน่นมากๆ (คิดดูจะห้าปีแล้ว ยังจำได้อยู่เลย) แต่เขียนตอนนี้ มุมมองก็อาจจะเปลี่ยนไปจากเมื่อห้าปีก่อน ก็เสียดายที่ตอนนั้นไม่ได้เขียนเก็บไว้เท่าไหร่ แต่ที่ไม่เปลี่ยนเลยคือเรารักที่นี่ และยังอยากกลับไปเสมอถ้ามีโอกาส แม้ว่าตอนเราไปจะเรียกว่าเป็น Grand south africaก็ได้ คือไปครบแต่อาจจะไม่ละเอียดมากทุกจุด แบบไม่เผื่อกลับมาอีก แต่สุดท้ายแล้วยังไงๆTable mountain ต้องมีซ่อมแน่ๆ (ขอเคลียร์คิวตอนนี้ที่ยาวล้นไปก่อน) ถามว่าทำไมรัก ทำไมชอบ บอกเหตุผลไม่ได้ แต่ทริปนี้เป็นครั้งแรกสำหรับเราในหลายๆอย่าง ไปเที่ยวต่างประเทศไกลๆเองครั้งแรก ในฐานะผู้ใหญ่ คือเมื่อก่อนมีจ้างโลคอลทัวร์ไปหลายๆที่ แต่ด้วยความที่เราเป็นเด็ก เราก็ไม่ทำอะไร เก็บกระเป๋าอย่างเดียว แต่คราวนี้ต่างออกไป เราไปในฐานะผู้ใหญ่แล้ว เราต้องจัดการเองทั้งหมด ตั๋ว กำหนดวัน กำหนดที่เที่ยว ติดต่อไกด์ วางแผนการเที่ยวเองทั้งหมด ทำเองทั้งหมดทุกขั้นตอนเลย แถมมาประเดิมก็เล่นท่ายากเลย ไปซะไกลเลย แต่เอาจริงๆไม่ยากมากนะ คนแอฟริกาใต้ภาษาอังกฤษดีมากนาจา เป็นทริปที่เรากำหนดที่ที่เราอยากไปเอง ไม่ได้ตามรีวิวมาก ว่าใครไปทำอะไรที่ไหน อย่างไร (คือตอนนั้นข้อมูลน้อยมาก) เราเปิดหนังสืออ่านทีละหน้าแล้วเลือกสิ่งที่เราอยากทำ ที่ที่เราอยากไปแล้วทำออกมาเป็นโปรแกรมเที่ยวเลย อาจจะเพราะเราได้ไปในที่ที่เราเลือกมาแล้วว่าอยาก แม้จะเจอความผิดหวังบ้าง มันก็ไม่ทำให้ความฟินเราลดลง เราเลยยังจำได้มาจนทุกวันนี้ เป็นทริปที่เราไปเที่ยวยาวที่สุดตั้งแต่เคยเที่ยวมาละมั้ง รวมเวลา15วันได้ ค่ะ ครึ่งเดือน!! (ตอนนี้ก็ยังเป็นทริปที่ยาวที่สุดอยู่ดี) จนตอนลงรูปช่วงท้ายทริปก็มีคนถามว่านี่ยังไม่กลับอีกหรอ แต่เป็น15วันที่เรามีความสุขมากๆ เวลาผ่านไปเร็วสุดๆทำให้เราตัดสินใจได้ว่า วันลาคือหนึ่งในองค์ประกอบในการเลือกงานของเรา (เข้าปีแรกกดลารัวๆ12วันเลย) ที่นี่เป็นที่ทำให้เราได้เปิดโลกลองทำอะไรหลายๆอย่างครั้งแรก ดูสัตว์แบบซาฟารีโล่งๆ เดือนข้างๆสัตว์ป่าครั้งแรกก็ที่นี่เช่นกัน (และยังเป็นครั้งเดียวอยู่) ขี่นกกระจอกเทศครั้งแรกก็ที่นี่ การโดดบันจี้จัมพ์ครั้งแรกก็ที่นี่แหละ จริงๆอยากโดดตั้งแต่ไปลาสเวกัสแล้ว แต่ตอนนั้นก็มัวแต่ลังเลเอาไงดี ดูไปดูมา ปิดจ้ะ (เสียใจยันทุกวันนี้) ทำให้เราเรียนรู้ว่า โอกาสบางครั้งบางจังหวะ มันจะไม่กลับมาอีกแล้ว เลือกทำในสิ่งที่เราจะไม่เสียดายที่ไม่ได้ทำมัน แต่ที่แอฟริกาใต้ เราจะไม่ยอมให้เกิดแบบนั้นอีกแล้ว! เราเซทรูทเพื่อไปโดดเลย ซึ่งรีวิวคนไทยไม่มีใครไปเส้นGarden routeเลย (ณ เวลานั้นยังไม่มีพูดถึงเลย ตอนนี้ไม่แน่ใจ แต่ด้วยระยะเวลาแล้วคนไทยไม่ค่อยไป) ซึ่งผลจากการอยากโดดบันจี้จัมพ์ ทำให้เราได้เจอคนมากมายหลากหลายตลอดเส้นGarden routeเลย เป็นทริปเปิดโลก ให้เราได้เจอผู้คนเยอะแยะมากมายหลากหลาย ทำให้เรายิ่งเชื่อว่า ถ้าคนเราออกเดินทางมากขึ้น เราจะเข้าใจกันได้ดีขึ้น…

  • Mini Review,  จิ่วไจ้โกว | Jiuzhaigou,  จีน,  บันทึกนักท่องเที่ยว

    Jiuzhaigou On The Left | จิ่วไจ้โกว ด้านซ้าย

    ต่อมาจาก Jiuzhaigou|จิ่วไจ้โกว เที่ยวยังไงดี มีอะไรให้ดู อันนี้จะว่าด้วยสถานที่เที่ยวต่างๆด้านซ้าย ด้านซ้าย (Ze Cha Wa Valley) การจะไปเที่ยวทะเลสาบด้านซ้ายนี้จะต้องนั่งรถไปไกลมากกก กว่าจะถึง (18 กม.) ฉะนั้นถ้าจะไป เราจะแนะนำให้ไปเป็นที่แรกหรือที่สุดท้ายของวันไปเลย แล้วใช้เวลาตรงนั้นไป การไปตอนกลางวันบ่ายๆ เป็นอะไรที่แดดย้อนแสงมาก ยัดแฟลชลงไปให้หน้าสว่างกันจนแสบตาเลยทีเดียว ถ้าเรานั่งรถมาถึง ที่แรกที่เราจะได้ลงไปดูคือ Long Lake Long Lake Altitude 3,100m, length 5km, width 600m, area 93,000 sq.m. เป็นทะเลสาบอยู่สูงที่สุด มันใหญ่แบบสุดลูกหูลูกตามาก ที่ Long Lake ลงรถปุ๊ป ก้าวอีกสามสิบก้าว เราก็จะถึงเลย ตรงนี้ไม่มีที่ให้เดินมากนัก หรือมีแต่ไม่ค่อยมีคนเดินไม่รู้ เราเห็นทุกคนก็วนๆอยู่ตรงนั้นแหละ อย่าลืมถ่ายรูปที่ Long Lake ให้พอใจนะ เพราะรถจะไม่ย้อนมาส่ง ถ้าอยากมา ไม่เดินย้อนมาเอง (ซึ่งเหนื่อย) ก็ต้องลงไปที่ศูนย์นักท่องเที่ยวแล้วนั่งย้อนมาใหม่นะ การจะไปจุดต่อไป Five Coloured Pond มีสองทาง คือเดินไป หรือนั่งรถไปก็ได้ เราว่าระหว่างทางเดินมันเป็นป่าๆ นั่งรถไปก็ได้ ไม่เสียเวลาดี Five Coloured Pond Altitude 2,995m, depth 6m, area 5,645 sq.m. เป็นสระน้ำขนาดเล็ก เดินเข้าไปจากป้ายรถหน่อยนึง ไม่ไกลมาก น้ำในสระจะเป็นสีฟ๊า ฟ้า ฟ้าแบบสดใสมากกกก เป็นรูปที่เราจะเห็นได้บ่อยๆเหมือนกันเวลาเสิร์จหาจิ่วไจ้โกว สวยไหมก็สวยนะ แต่ด้วยความที่เล็กมากเดินแปปเดียวก็จบหมดละ ก็จะไม่มีอะไรดูเท่าไหร่ เพราะตอนที่เรามา ใบไม้เปลี่ยนสีงามๆ นี่ก็โกร๋นไปเยอะแล้ว เราเลยเฉยๆกับสระนี้ เนี่ยทางเดินสั้นมาก…..แต่คนเยอะมาก มาตอนบ่ายๆแดดลงหัวได้เหมือนกัน มาตอนเย็นก็จะดีกว่าหน่อย เดาว่าตอนเช้ากรุ้ปแรกๆก็น่าจะดีเหมือนกัน พอหมดที่ Five Coloured Pond ก็นั่งรถไปยังศูนย์นักท่องเที่ยวได้ ระหว่างทางก็จะมีอีก 2 ทะเลสาบให้ดู Upper and lower seasonal Lakes เราไม่ได้ลงไปดู และรถก็ไม่จอดด้วย ไม่รู้เพราะตอนที่เราไปมันเย็นมากแล้วเลยไม่จอดหรือป่าว แต่ตามแผนที่แล้วรถควรจะจอดที่ Upper Seasonal…

  • บันทึกนักท่องเที่ยว,  เนปาล

    Namaste! Nepal

    รวมระยะเวลาการเดินแบบไม่หนักไม่เบาเกินไปอยู่ประมาณ 9 วัน วิวสวยๆมีให้เห็นตลอดทาง วิวเหนื่อยๆก็มีให้เห็นอยู่เรื่อยๆ ทริปนี้เป็นการเดินเทรคยาวๆครั้งแรกเลยก็ว่าได้ นอกจากการเตรียมตัวแล้ว เรายังได้เรียนรู้อะไรมากมายระหว่างการเดินทางในหลายๆรูปแบบ ซึ่งหลายๆเรื่องในทริปนี้จะเป็นหนึ่งในเรื่องที่จะไม่มีวันลืมเลย...

  • Itinerary,  จิ่วไจ้โกว | Jiuzhaigou,  จีน,  บันทึกนักท่องเที่ยว

    China Again! ประเทศจีนเที่ยวครั้งเดียวไม่มีหมด วันที่ 5-6 : สวรรค์บนดินมีอยู่จริงที่จิ่วไจ้โกว

    ดูนู่นดูนี่ด้วย2ขากับเวลา2วันในจิ่วไจ้โกว