• Book-Game,  Review-Meview

    สงครามที่ไม่มีวันชนะ ประวัติศาสตร์การต่อสู้ระหว่างมนุษย์และเชื้อโรค

    เรื่องนี้มีคนแนะนำมาให้ลองอ่านดู เป็นหนังสือที่ว่าด้วยประวัติศาสตร์การต่อสู้กับเชื้อโรคของมนุษย์ (ก็แหงสิ ชื่อก็บอกอยู่แล้วนี่นา) แต่ก็จะย้ำอีกทีนั่นละ ชื่อหนังสือเหมือนจะเป็นเรื่องหนักๆเครียดๆ อ่านยาก แต่ความจริงแล้วเปล่าเลย นักเขียนย่อยสรุปๆ มาเป็นบทสั้นๆ เอามาเรียงต่อๆกันให้อ่านง่ายๆ อ่านแล้วย่อยสะดวกมาก เป็นหนังสือที่ให้ความรู้ที่อ่านแล้วไม่น่าเบื่อเลย คนเขียนเก่งจริงๆ หนังสือเล่าถึงประวัติศาสตร์การแพทย์ เริ่มมาตั้งแต่สมัยกรีกโบราณ ไล่มาเรื่อยๆ จนถึงการแผนสมัยใหม่ วิวัฒนาการ ความคิดอ่านในการรักษาโรคเป็นอย่างไร ระหว่างนั้นหมอๆ เค้ามีการค้นคว้าหาคำตอบอะไรหลายๆอย่างยังไง และมันมาบรรจบลงเอย กลายเป็นวิวัฒนาการทางการแพทย์ยังไง พอคนเขียนเอาเรียงร้อยต่อกันตามช่วงเวลาที่เกิดเหตุการณ์หลายๆอย่างขึ้น มันก็ทำให้หลายๆเรื่องในวงการการแพทย์ก็เหมือนการต่อจุดที่ สตีฟ จ๊อบส์เคยบอกนั่นละ และบางทีกว่าจะต่อกันเจอก็ใช้เวลา ถ้าต่อกันไม่เจอ เราก็ไม่รู้หรอกว่ามันสำคัญยังไง นี่อาจจะเป็นเหตุผลที่ใครหลายๆคนบอกว่าความรู้ในหนังสือไม่สำคัญเท่าการเอามาประยุกต์ใช้ก็เป็นได้ สรุปความน่าอ่าน จริงๆเล่มนี้อ่านจบมาสักพักละ เพราะอ่านง่าย สนุก แปปเดียวอ่านจบละ แต่เพิ่งจะมามีเวลาเขียนถึงนี่เอง ยังไงก็ต้องขอบคุณคนแนะนำ ณ ที่นี้ด้วยงับ #กองดองเธอนั้นอ่านมันเถอะนะ #จบไปอีกเล่ม

  • kinabalu
    คินาบาลู | Kinalbalu,  บันทึกนักท่องเที่ยว,  มาเลเซีย

    คินาบาลู ไปเองก็ได้ไม่ยาก ไม่แพง(มาก) ไปทั้งทีเปย์ให้หมด

    คินาบาลู ทริปที่ใครต่อใครว่ากันว่าแพงมาก แต่จริงๆแล้วก็ไปแบบไม่แพง(มาก)ได้นะ คินาบาลู ไปแบบสายเปย์ กระจายรายได้สู่ชุมชนทุกจุด ค่าใช้จ่ายสำหรับ5วัน4คืนจบที่ 26,500 บาท รวมทุกอย่าง รวมตั๋วเครื่องบิน 4 เที่ยว รวมลูกหาบ รวมค่าฝากของ รวมค่าเอิงเอยสองวันหนึ่งคืนในกัวลาลัมเปอร์ด้วย ถ้าอยากไปแบบไม่แพงมาก ลองมาดูกันว่าจะประหยัดตรงไหนได้บ้าง การเดินทางไปยากไหม ไม่ยากมาก แต่จองให้ได้นี่ยากโคตร จริงๆไม่ยากขนาดนั้นแต่ต้องแพลนนานหน่อย สัก 5-6 เดือนล่วงหน้าจะดี (ถ้าจะไปเอง) เพราะเค้าจำกัดจำนวนคนขึ้น วันละประมาณ140คน และนี่เป็นสาเหตุที่ทำให้ราคาทัวร์ไปคินาบาลูเลือดสาดมาก (เท่าที่เช็คๆจากquotationเก่าๆ ราคาที่พักขึ้นเฉลี่ยปีละ1,500บาทไทยได้/ต่อคน) ต่อให้ราคาจะขึ้นเรื่อยๆแต่มันก็มีวิธีไปถูกๆประหยัดๆได้เช่นกัน ขอให้จำไว้ว่าหลักการของการไปคินาบาลูคือคนยิ่งเยอะ ยิ่งถูก เดี๋ยวจะอธิบายว่าทำไมต่อไป แต่หลักใหญ่ใจความคือสิ่งที่จะผันแปรกับค่าใช้จ่ายของทริปคินาบาลูคือ ค่าที่พักและค่าไกด์ (ค่ารถด้วย) ที่พัก อันนี้จะพูดถึงกรณีไปแบบรีบร้อนเท่านั้น ที่ไปถึงเมืองคินาบาลูแล้วหาที่นอน นอนคืนเดียวก่อนเดินขึ้นคินาบาลูนะ ถ้าใครมีเวลาเอิงเอยในตัวเมืองคินาบาลูเที่ยวตรงอื่นก็ขยายค่าใช้จ่ายไปตามเหมาะสม เพราะนี่ไม่มีเวลาเดินในตัวเมืองคินาบาลูเลย คืนแรกก่อนขึ้น อันนี้แนะนำว่าควรไปนอนแถวๆอุทยานเลย เพราะอุทยานโคตรไกลจากตัวเมือง สองชม.ได้อะ เปิดให้ลงทะเบียนเดินขึ้นตอนเก้าโมง ถ้านอนในตัวเมืองก็ต้องออกตั้งแต่6.30-7โมง นู่น ไม่นับว่าจะหารถมายังไงด้วยนะ ฉะนั้นคืนแรก ให้มุ่งตรงไปนอนที่อุทยานเลย แต่นอนตรงไหนค่อยว่ากัน จดไว้เลยว่าตรงนี้คือส่วนที่เราประหยัดได้ คืนที่สองข้างบน ต้องเข้าใจก่อนว่า เพราะที่พักข้างบนนั้นมีจำกัดมาก จึงเป็นที่มาของการจำกัดจำนวนคนขึ้นไปบนนั้น ที่พักข้างบนมีหลายที่มากๆ ประมาน4-5 hutได้ แต่! ที่เปิดให้นักท่องเที่ยวต่างชาติจองได้คือ Laban rataเท่านั้น อันอื่นไม่ใช่ไม่เปิดให้พักนะ เปิดให้พักได้ แต่เราจองเองไม่ได้…คียเวิร์ดอยู่ตรงนี้ เราจองเองไม่ได้…แต่ทัวร์จองให้เราได้นะ ฉะนั้นเราจึงสามารถเดินทางไปคินาบาลูได้2แบบ วิธีไปแบบแรก เอาเงินฟาด จ่ายไปให้หมด ให้เอเจนซี่จัดการให้ทุกอย่าง เค้าจะดูแลให้ทุกอย่างตั้งแต่รถรับจากสนามบินยันส่งกลับสนามบิน อันนี้ง่ายมาก ติดต่อไป จ่ายตัง จบ ไม่ต้องทำอะไรล่ะ เสียตรงที่มันจะแพงกว่าแบบทำเองอยู่หน่อย (บางทีก็ไม่หน่อยอะ) แต่!! วิธีนี้คนยิ่งเยอะยิ่งถูก ***ดอกจันสามดอกเลย*** ทัวร์คนไทยที่จัดๆกันก็ใช้วิธีนี้ เป็นคนกลางที่ดีลเรากับเอเจนซี่ให้แล้วบวกส่วนต่างเอา มากน้อยแล้วแต่เจ้า เค้าจะเป็นตัวกลางที่รวบรวมคนไปเอาราคาถูกมาให้ วิธีประหยัด#1.1 ฉะนั้นถ้าใครรวมกลุ่มได้สัก4-5คน ดีลกับทัวร์ที่นู่นเองได้เลย ไม่ต้องผ่านทัวร์ไทยจะได้ราคาที่พอโอเคอยู่หน่อย (ที่เช็คมาตีกลมๆให้20kได้ ออพชั่นดี เอเจ้นดัง นอนในอุทยาน นอนนอกอุทยานที่ถามมาตีกลมๆให้18kละกัน, ราคา2018นะ) ถ้าไปคนเดียวหรือสองคนจะแพงกว่านี้ ก็เอามาเทียบๆกับที่ทัวร์คนไทยเค้าจัดละกัน ว่าส่วนต่างเยอะไหม แต่ดีลกับทัวร์ที่นู่นง่ายสบายมาก ไม่ยากเลย ให้เราจัดการก็ได้นะ คิดค่าบริการเท่าข้าวยำปลาดิบหนึ่งจาน อิอิ วิธีประหยัด#1.2 ที่พักคืนแรก ตรงแถวๆอุทยาน ทัวร์จะมีแพคเกจให้เลือกว่าจะนอนที่อุทยานหรือจะนอนรอบๆแถวอุทยาน…

  • Book-Game,  Review-Meview

    Crusader Kings 2 เกมวางแผนครอบครัวยุคกลาง

    Crusader Kings2 เป็นเกมแนววางแผนครอบครัว (ใช่ซะที่ไหนเล่า) เกมแนวGrand Strategy เกี่ยวกับการวางแผนสร้างตระกูลของเราให้เกรียงไกรขึ้นมาในยุคอดีต เราจะเริ่มจากการเป็นขุนนางตัวเล็กๆ หรือเป็นกษัตริย์ของอาณาจักร ที่ต้องการขยายอาณาเขตออกไปก็ได้ เราเลือกเล่นได้ว่าจะขยายอำนาจด้วยการปั๊มทหารไปฟัดกับอาณาจักรอื่น หรือจะส่งลูกหลานเราไปเกี่ยวดองหาพันธมิตร แล้วก็อาศัยจังหวะเคลมเอาก็ได้ เกมจะให้เราเล่นเป็นตัวละครแล้วเราจะต้องจัดการบริหารความสัมพันธ์ของตัวละครนั้นกับตัวละครอื่นๆ โดยจะมีเหตุการณ์ต่างๆป็อปอัพขึ้นมาให้เราตัดสินใจ ซึ่งจะส่งผลกับเราต่อไปเช่นกัน เช่นมีผลต่อค่าความสัมพันธ์ มีผลต่อแสตตของตัวละครของเรา มีผลต่อนิสัยบางอย่างของเรา และอีกมากมายหลายหลาก เน้นหลักๆคงเป็นเกมการทูตและการจัดการความสัมพันธ์ เป็นอีกเกมดูดวิญญาณเช่นเดียวกัน วุ่นวายเสียเวลาเป็นชั่วโมงนี่แหละกับการหาคู่แต่งงานให้ลูกเรา และไหนจะต้องเลี้ยงลูกให้ออกมามีคุณสมบัติและลักษณะนิสัยที่สวยงามอีก เพื่อให้มาเป็นความหวังของครอบครัว มนต์เสน่ห์อย่างหนึ่งของเกมนี้คือ เมื่อเราหวังที่จะปั้นลูกคนใดคนนึงให้ออกมามีคุณสมบัติที่สวยงาม มีนิสัยที่คนนิยมชมชอบ ลูกเรามันจะต้องป่วยตายให้หัวร้อนเสมอ ทิ้งเรากับอาณาจักรที่เราเพียรสร้างไว้กับลูกคนรองที่ไม่ได้เรื่อง และก็ไม่ยอมตายซะที แถมยังต้องวางแผนกำจัดทายาทที่มีสิทธิเคลมบัลลังก์ของเราอีก อะไรจะวุ่นวายขนาดนี้ละเนี่ย ภาพสวยงามอยู่ตามท้องเรื่อง มีรายละเอียดและการใส่ใจทำ แต่ก็ไม่ใช่ทั้งหมด (เพราะความใส่ใจทั้งหมดนนั้นถูกสอยย่อยออกมาขายอีก…แต่ไม่ได้ซื้อ เล่นแค่ความใส่ใจแบบเบสิกไปก่อน) เป็นเกมที่เน้นตัวอักษรเพียวๆๆเป็นหลัก อ่านเยอะมาก ต้องอ่านทุกสิ่งทุกอย่าง ถ้าคาดหวังการสู้รบบู๊กระจายออาจจะผิดหวัง บู๊สุดก็แค่ตอนยกทัพไปตี ก็กดลากกองทหารไปมา ความน่าเล่น สนุกมากกกก แต่ก็เปลืองเงินมากเช่นกันเพราะภาคเสริมออกมายาวเป็นห่างว่าวเลย กว่าจะไล่เก็บครบหมดก็หมดตัวพอดี ไม่รู้เหมือนกันว่าต้องซื้อตัวไหนบ้าง เพราะตอนซื้อเกมนี้ครั้งแรกก็กวาดมาหมดทุกตัวเสริม ไม่เคยเล่นแบบขาดตัวเสริมบางตัวไป เลยไม่รู้จริงๆว่ามันต่างกนอย่างไร แต่เป็นเกมที่ซื้อมาเล่นแล้วไม่เสียดายเงินเลย แค่อาจจะหัวร้อนเป็นบางช่วง ตอนลูกคนโปรดเสียชีวิต(อีกแล้ว) แบบไม่คาดคิด

  • Book-Game,  Review-Meview

    Don’t starve อย่าปล่อยให้ฉันหิว

    เกมอินดี้แนวเอาตัวรอด ด้วยการเก็บของมาคราฟเป็นสิ่งต่างๆ ซึ่งเป้าหมายของเกมมีเพียงอย่างเดียว คือเอาตัวรอดให้นานที่สุดเท่าที่จะทำได้ เริ่มเกมมา เราจะพบตัวเองฟื้นอยู่ในดินแดนไหนสักแห่ง และเราจะต้องหาวิธีเอาตัวรอดจากความหิวและความมืดมิดในคืนแรกไปให้ได้ อาจจะด้วยการเก็บเบอร์รี่ เก็บกิ่งไม้ หญ้าแห้ง ก้อนหินอะไรก็ตามแต่ที่มีอยู่ในเกม มาทำอุปกรณ์เอาตัวรอด ความยากของเกมนี้ อยู่ที่การวางแผนและจัดลำดับสำคัญ รวมถึงดวงด้วยนิดหน่อย เพราะทุกๆวันที่ผ่านไป นอกจากเราจะเอาชีวิตรอดไปวันๆแล้ว เรายังต้องวางแผนอนาคตด้วย! จะมาอยู่ด้วยการเก็บเบอร์รี่ไปวันๆไม่ได้ เพราะทุกๆวันที่กำลังจะมาถึง เราอาจจะโดนฝูงหมาโจมตี หรือเข้าสู่ฤดูหนาว แค่ทำให้ตัวเองไม่แข็งตายก็ลำบากลำบนแล้ว ไหนจะต้องออกไปหาอาหารตามทางอีกเรื่อยไป ไม่ง่ายเลยทีเดียว เป็นเกมที่ของทุกอย่าง ศัตรูทุกตัวมีความหมาย แมงมุมข้างๆบ้าน ชอบวิ่งมาทำร้ายเราบ้าง แต่เราก็ต้องการใยแมงมุมมาสร้างสิ่งของเช่นกัน การไล่ฆ่าทั้งหมดก็อาจจะไม่ใช่ไอเดียที่ดีมากนัก ต้องวางแผนเยอะว่าวันนึงจะต้องทำอะไรบ้าง เพิ่งจะหัดเล่มาได้สักพัก ความคืบหน้าล่าสุดก็เอาตัวรอดพ้นฤดูหนาวได้และโดนมอนส์เตอร์ตบตายเอาซะงั้น (ซึ่งจริงๆก็แค่เกือบสี่สิบวันเท่านั้นเอง) แต่เพราะความที่เกมนั้นเปิดกว้างให้เราทำได้หลากหลายรูปแบบมากๆ ไม่มีสูตรสำเร็จตายตัวว่าเราควรจะต้องเล่นอย่างไร มันทำให้เกมนี้สามารถดูดเวลาเราไปได้แบบไม่รู้ตัวเลยทีเดียว อารมณ์แบบเงยหน้ามาอีกที อ้าวเห้ย เย็นแล้ว แล้วนี่ยังเก็บของสร้างแคมป์ไม่เสร็จเลย ภาพและความสวยงาม มีเอกลักษณ์ดี เป็นเกม 2D ให้ตัวละครเดินไปเดินมาบนฉาก ภาพจะออกแนวสีทึมไหนาย แต่เราชอบ บรรยากาศภาพ งานอาร์ตมันเข้ากับเกมดี คืองานออกมาไม่น่าเกลียดเลย ความน่าเล่น จัดอยู่ในหมวดเกมดูดวิญญาณ ถ้าไม่ว่างจริงๆ หรือมีภารกิจที่ต้องทำ ไม่แนะนำให้โหลดมาเล่น ไม่งั้น มีไม่เห็นเดือนเห็นตะวันกันละทีนี้

  • บันทึกประจำวัน

    บันทึกประจำวัน #11 ค่าครองชีพแพงจริง

    ที่เค้าว่ากันว่าค่าครองชีพสมัยนี้สูงขึ้นเรื่อยๆ เราก็รู้สึกบ้างเล็กน้อย คือค่อยๆปรับตัวชินกับค่าข้าวที่แพงขึ้นๆ ได้เรื่อย  แต่พอวันนี้ จะเข้าไปซื้อการ์ตูนมาอ่าน โอ้โหหห รู้เลยว่าไม่ได้เข้าร้านการ์ตูนนานมากจริงๆ และค่าครองชีพ ของฟุ่มเฟือยแบบการ์ตูนนี่ขึ้นเร็วกว่าราคาน้ำมันซะอีก  พี่เล่นฟาดไปเล่มละ65แล้วววว ราคารุนแรงเหลือเกิน จำได้ว่าไม่ได้ซื้อมาปีกว่าๆเองนะ แต่ราคาขึ้นพรวดๆแบบนี้ ช็อคไปเบาๆ สมัยก่อนจาก 30 > 35 ก็ใช้เวลาราวๆหนึ่งละ จำได้ว่าตอนไต่ขึ้น 40 บาทต่อเล่มนี่เหนื่อยใจเบาๆ ตอนขยับเป็น 45 บาทยังคิดว่าพอเถอะะะ เจอวันนี้เข้าไป 65 บาท จุกๆกันไป ดีที่เราหลุดวังวนการ์ตูนมาได้ละ เหลือตามต่ออีกสามเรื่อง (ที่ไม่มีทีท่าจะจบซะด้วย) ฮือออออ คาดว่าโคนันเล่มจบ คงจะปิดที่เล่มละร้อยบาทละ

  • บันทึกนักท่องเที่ยว,  แอฟริกาใต้

    OLA! South Africa

    OLA! South Africa ไปแอฟริกาใต้ ไปทำไม เชื่อว่าใครๆก็สงสัย เพราะมันเป็นที่เที่ยวที่ลี้ลับสำหรับคนไทย (ตอนนั้นเมื่อห้าปีก่อน) จริงๆตอนนี้ก็ยังลับๆอยู่นะ แต่ไม่ลี้มากแล้ว ณ เวลานี้ เห็นคนไปมาเยอะขึ้น ตั๋วโปรเยอะขึ้น แต่แย่สุดคือไม่มีบินตรงแล้วนาจา การบินไทยปิดรูทไปแล้ว ทริปนี้เป็นทริปที่อยู่ในความทรงจำเราแน่นมากๆ (คิดดูจะห้าปีแล้ว ยังจำได้อยู่เลย) แต่เขียนตอนนี้ มุมมองก็อาจจะเปลี่ยนไปจากเมื่อห้าปีก่อน ก็เสียดายที่ตอนนั้นไม่ได้เขียนเก็บไว้เท่าไหร่ แต่ที่ไม่เปลี่ยนเลยคือเรารักที่นี่ และยังอยากกลับไปเสมอถ้ามีโอกาส แม้ว่าตอนเราไปจะเรียกว่าเป็น Grand south africaก็ได้ คือไปครบแต่อาจจะไม่ละเอียดมากทุกจุด แบบไม่เผื่อกลับมาอีก แต่สุดท้ายแล้วยังไงๆTable mountain ต้องมีซ่อมแน่ๆ (ขอเคลียร์คิวตอนนี้ที่ยาวล้นไปก่อน) ถามว่าทำไมรัก ทำไมชอบ บอกเหตุผลไม่ได้ แต่ทริปนี้เป็นครั้งแรกสำหรับเราในหลายๆอย่าง ไปเที่ยวต่างประเทศไกลๆเองครั้งแรก ในฐานะผู้ใหญ่ คือเมื่อก่อนมีจ้างโลคอลทัวร์ไปหลายๆที่ แต่ด้วยความที่เราเป็นเด็ก เราก็ไม่ทำอะไร เก็บกระเป๋าอย่างเดียว แต่คราวนี้ต่างออกไป เราไปในฐานะผู้ใหญ่แล้ว เราต้องจัดการเองทั้งหมด ตั๋ว กำหนดวัน กำหนดที่เที่ยว ติดต่อไกด์ วางแผนการเที่ยวเองทั้งหมด ทำเองทั้งหมดทุกขั้นตอนเลย แถมมาประเดิมก็เล่นท่ายากเลย ไปซะไกลเลย แต่เอาจริงๆไม่ยากมากนะ คนแอฟริกาใต้ภาษาอังกฤษดีมากนาจา เป็นทริปที่เรากำหนดที่ที่เราอยากไปเอง ไม่ได้ตามรีวิวมาก ว่าใครไปทำอะไรที่ไหน อย่างไร (คือตอนนั้นข้อมูลน้อยมาก) เราเปิดหนังสืออ่านทีละหน้าแล้วเลือกสิ่งที่เราอยากทำ ที่ที่เราอยากไปแล้วทำออกมาเป็นโปรแกรมเที่ยวเลย อาจจะเพราะเราได้ไปในที่ที่เราเลือกมาแล้วว่าอยาก แม้จะเจอความผิดหวังบ้าง มันก็ไม่ทำให้ความฟินเราลดลง เราเลยยังจำได้มาจนทุกวันนี้ เป็นทริปที่เราไปเที่ยวยาวที่สุดตั้งแต่เคยเที่ยวมาละมั้ง รวมเวลา15วันได้ ค่ะ ครึ่งเดือน!! (ตอนนี้ก็ยังเป็นทริปที่ยาวที่สุดอยู่ดี) จนตอนลงรูปช่วงท้ายทริปก็มีคนถามว่านี่ยังไม่กลับอีกหรอ แต่เป็น15วันที่เรามีความสุขมากๆ เวลาผ่านไปเร็วสุดๆทำให้เราตัดสินใจได้ว่า วันลาคือหนึ่งในองค์ประกอบในการเลือกงานของเรา (เข้าปีแรกกดลารัวๆ12วันเลย) ที่นี่เป็นที่ทำให้เราได้เปิดโลกลองทำอะไรหลายๆอย่างครั้งแรก ดูสัตว์แบบซาฟารีโล่งๆ เดือนข้างๆสัตว์ป่าครั้งแรกก็ที่นี่เช่นกัน (และยังเป็นครั้งเดียวอยู่) ขี่นกกระจอกเทศครั้งแรกก็ที่นี่ การโดดบันจี้จัมพ์ครั้งแรกก็ที่นี่แหละ จริงๆอยากโดดตั้งแต่ไปลาสเวกัสแล้ว แต่ตอนนั้นก็มัวแต่ลังเลเอาไงดี ดูไปดูมา ปิดจ้ะ (เสียใจยันทุกวันนี้) ทำให้เราเรียนรู้ว่า โอกาสบางครั้งบางจังหวะ มันจะไม่กลับมาอีกแล้ว เลือกทำในสิ่งที่เราจะไม่เสียดายที่ไม่ได้ทำมัน แต่ที่แอฟริกาใต้ เราจะไม่ยอมให้เกิดแบบนั้นอีกแล้ว! เราเซทรูทเพื่อไปโดดเลย ซึ่งรีวิวคนไทยไม่มีใครไปเส้นGarden routeเลย (ณ เวลานั้นยังไม่มีพูดถึงเลย ตอนนี้ไม่แน่ใจ แต่ด้วยระยะเวลาแล้วคนไทยไม่ค่อยไป) ซึ่งผลจากการอยากโดดบันจี้จัมพ์ ทำให้เราได้เจอคนมากมายหลากหลายตลอดเส้นGarden routeเลย เป็นทริปเปิดโลก ให้เราได้เจอผู้คนเยอะแยะมากมายหลากหลาย ทำให้เรายิ่งเชื่อว่า ถ้าคนเราออกเดินทางมากขึ้น เราจะเข้าใจกันได้ดีขึ้น…